[Fiction]The Wish (Chapter 2)
posted on 11 Aug 2009 21:51 by zomjangchangmin
2
ความในใจของเพื่อนสนิท(คิดไม่ซื่อ)
เช้าที่แสนจะสดใส ^o^
“นี่ๆ ตื่นได้แล้วยัยชี้เซานาเม” เสียงใครซักคนที่ฉันรู้สึกคุ้นหูดังขึ้น แถมยังรู้สึกเหมือนมีอะไรมาทับตัวฉันอยู่ด้วยแฮะหรือจะโดน...อำ(หวังว่าคงจะเข้าใจนะคะว่าอะไร) ฉันจึงค่อยๆ ลืมตาอันแสนจะหนักให้เปิดออกมาชมโลก หน้าที่ได้เห็นคือ อิตาคิม มินแจ เฮ้ยยยยยยย มันขี่ฉันอยู่อ่ะ ด้วยความตกใจฉันจึงได้ถีบมันไปเต็มTeen
“อ๊ากกกกกกกก ตุ๊บบบบบบ” เสียงอิตามินแจแหกปากร้องพร้อมกับร่วงลงพื้นอย่างสวยงาม แปะ แปะ แปะ ตบมือให้คนถีบหน่อยเร้ววววว (ปัญญาอ่อน)
“นี่เธอเป็นลูกศิษย์จาพนมหรือไงห๋าผลักมาได้” เหมือนมันจะเข้าใจว่าฉันใช้มือแล้วรู้ได้ไงเนี่ยว่าฉันชอบจาพนม องค์บากอิอิ ได้ข่าวว่าภาค 2 กำลังฉายที่ไทยเดือนหน้าคงจะเข้าเกาหลีเราจะได้ไปดู หุ หุ หุ
“ใช้นี่ ไม่เรียกว่าผลักค่ะที่เลิฟ” ฉันบอกพร้อมชูทีนขึ้นมาให้ดู
“โหยแม่คู๊ณ ไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาซะเลย” มินแจพูดพร้อมกับพยุงตัวเองขึ้นมาจากการกองอยู่กับพื้น
“แล้วไอ้การที่นายขึ้นมาขี่ฉันเนี่ยสุภาพบุรุษเค้าทำกันหรือไงยะ คนนะไม่ใช่ควายมาขี่กันได้”
“ก็คนมันดีใจอ่ะ มีข่าวดีจะมาบอก” ไม่พูดเปล่ามันยังทำท่าระรี้ระริกอย่างน่าหมันไส้
“อะไรยะ จะไปผ่าตัดแปลงเพศหรือไง”
“ใช่แล้วฮ่า แล้วก็จะไปเปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนางสาวด้วย” กรรม เจือกรับมุกอีก (-__-![]()
“บ้า ใครจะไปทำ ฉันออกจะหล่อเร้าใจสาวติดตรึมขนาดนี้คิดอย่างที่เธอบอกก็ฆ่าตัวตายชัดๆ” หลงตัวเองซะไม่มี
“แล้วข่าวดีอะไรล่ะยะ” ที่จริงก็อยากรู้เหมือนกันอ่ะนะ
“ฉันจะได้เดบิวต์เป็นศิลปินเต็มตัวแล้วว่ะ เฮ้ย ช่วยดีใจหน่อยเร้วววว” ตาบ้านั่นพูดแล้วลุกขึ้นชู้ไม้ชูมือเต้น เพื่อ =_=
“เออ ก็ดีใจด้วยแล้วกันแค่นี้ใช่ปะจะได้นอนต่อ” พอฉันทำท่าจะเอนลงนอนมันก็เจือกมาดึงแขนฉันไว้
“ไม่ได้ เธอต้องอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปกับฉัน” ไอ้นี่ นี่ ขัดขวางคนนอนบาปนะเว้ยไม่รู้หรือไง
“ไปไหนจะให้ฉันไปดูโอ่ออกเทปคู่กับนายหรือไง” ว่าแล้วก็อ้าปากหาว
“เปล่าจะให้ไปซื้อของเป็นเพื่อนหน่อย” ไม่เอาอ่ะเคยไปแล้วหาวอีกรอบดีกว่า
“ก็ไปเองดิ ไปไม่ถูกหรือไง ฮ้าววววววววววว” หาวอีกรอบ =O=
“ไม่เอาเธอไม่รู้ไงวันนี้วันวาเลนไทน์ ไปคนเดียวคนมองตายเลย” เออเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าไปซื้อของคนเดียวในวันวาเลนไทน์มันผิดกฎหมายอ่ะ
“ไปด้วยกันหน่อยดิ น้าๆๆเดี๋ยวเลี้ยงไอติม เลี้ยงหนัง เลี้ยงข้าว” เอาของกินมาล่ออีก เลี้ยงตัวหนูด้วยเลยไหมล่ะคะ ![]()
“พิชซ่าด้วยได้ปะ” ต่อลองอีก เพื่อชีวิตที่แจ่มใส อยากหม่ำพิชซ่ามาหลายวันและ
“เออก็ได้ แต่ตอนนี้เธอไปแปรงฟันก่อนเถอะขี้ฟันเธอจะออกมาเต้นระบำอยู่แล้ว” ตาบ้านี่ พูดซะน่าเกลียดแถมยังทำหน้า
หยะแหยงอีกต่างหากฉันจึงสะบัดหน้าอันงอนงามใส่แล้วกระแทกเท้าเดินเข้าห้องน้ำไป
“แล้วจะมานั่งเจ๋ออะไรอีกล่ะยะฉันจะอาบน้ำแต่งตัวไปรอที่บ้านนายนู่นไป๊” ฉันชะโงกหน้ามาไล่หมอนั่นที่กำลังนั่งหน้าหล่ออยู่ที่เตียงของฉัน หมอนั่นเบะปากนิดนึงก่อนจะกระโดดเป็นสไปร์เดอร์แมนกลับห้องตัวเองไป มันคงได้ขาหักซักวันนั่นล่ะ ถ้ามีวันนั้นฉันจะหัวเราะให้หายสวยเลยคอยดู อิอิ
1 ชั่วโมงผ่านไป
“นายจะไปซื้อของที่ไหนล่ะ” ฉันถามระหว่างที่เราสองคนกำลังเดินออกมาตามทางเท้าหลังจากที่ฉันไปลากนายมินแจออกมาจ
ากโซฟาบ้านเขา รอนิดรอหน่อยมาทำเป็นหลับฉันไม่ได้อาบน้ำนานขนาดนั้นซักหน่อย ชิ
“ไม่รู้ดิ ลืมแล้วอ่ะเพราะเธอนั่นล่ะอาบน้ำนานจนฉันหลับ ตื่นมาเลยลืมเลยว่าฉันจะไปซื้อของที่ไหน” มินแจพูดพร้อมเอามือปิดปากหาว
“ทำอย่างกับว่ามีที่ให้เลือกเยอะนักนี่ เชจู นะยะไม่ใช่ โซล จะได้มีที่ซื้อของเยอะแยะอ่ะ ว่าแต่นายจะซื้ออะไรอ่ะ” อาฮะ ใช่แล้วค่ะพวกเรามิได้เป็นชาวเมือง แต่เราเป็นชาวเกาะ ไม่ใช่เกาะพ่อเกาะแม่นะ อยากจะบอกว่าบ้านเกิดฉันสวยมากๆ เลยล่ะเป็นเกาะที่สวยที่สุดในเกาหลีแล้ว (แต่ได้ข่าวว่ามีเกาะนามิอีกที่ที่สวยกว่า)
“ของใช้ทั่วไปน่ะฉันเก็บพวกเสื้อผ้าเสร็จแล้วเหลือพวกของใช้นี่ล่ะ”
“เก็บเสื้อผ้า นายจะไปไหนอ่ะ” สงสัยนายนี่จะหนีเรียนไปพักร้อนแน่เลย นิสัยเสียชะมัดไปไม่ชวน เคืองค่ะเคือง >o<
“ฉันยังไม่ได้บอกเธอหรอ ว่าฉันต้องย้ายไปอยู่ที่โซล” มินแจบอกอย่าง งงๆ คนงง มันต้องฉันไม่ใช่เรอะแย่งซีนกันหน้าด้านๆ
“ยัง” ฉันตอบสั้นๆ ได้ใจความ ความจำปลาทองจริงๆ หรือว่าเขาบอกแต่ฉันลืมเอง
“พ่อฉันต้องย้ายไปทำงานที่สาขาแคนาดาแม่ฉันก็เลยตามพ่อไปด้วย แต่ฉันเพิ่งจะได้เดบิวต์ฉันเลยไม่อยากทิ้งความฝันตัวเองเลยจะย้ายไปอยู่ที่โซลจะได้อ
ยู่ใกล้ๆ กับค่ายเพลงที่ฉันอยู่ด้วยเรื่องเรียนฉันก็คงจะพักไว้ก่อน” รู้สึกใจหายไปเลยหายไปในอากาศ ฉันจะร้องเพลงเพื่อ.... แต่ใจหายจริงๆนะ ฉันกับเขาตั้งแต่มัธยมต้นมาจนถึงตอนนี้เจอหน้ากันทุกวันแทบจะวันละ 24 ชั่วโมงพอคิดว่าจะไม่ได้เจอเขามันก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนปั่นจักรยานไม่มีล้อ (เธอเปรียบกับอะไรเนี่ย ลี นาเม)หรือฉันจะเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ![]()
“แล้วนายจะไม่กลับมาที่ เชจู แล้วหรอ”
“คิดว่าคงจะไม่ ฉันอยากจะทุ่มเทให้กลับงานคงจะไม่มีเวลาไปไหน” นี่ฉันจะไม่ได้เจอนายอีกแล้วใช่ไหม คิม มินแจ ฉันก็ได้แค่คิดในใจอ่ะนะ ไม่กล้าพูดออกไป เดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ (ยังไม่จบ
)
“ความฝันนายคือการได้เป็นนักร้องเหรอ” ไม่น่าถามเลยแฮะมินแจจะไปขนาดนี้แล้วฉันจะถามไปเพื่อ...
“ใช่ฉันอยากเป็นนักร้องที่ทั่วโลกรู้จัก การได้ร้องเพลงทำให้ฉันมีความสูข” หมอนั่นพูดแล้วยิ้ม น่ารักชะมัดเลยแฮะแต่ไอ้รู้จักไปทั่วโลกนี่ไม่ค่อยเวอร์เลยแฮะเพื่อนเรา
“แล้วเธอล่ะ” เขาหันมาถามฉันต่อ
“ถ้าความฝันนายคือการร้องเพลงความของฉันก็คงจะเป็นการได้ไปเรียนต่อที่แอลเอล่ะมั๊ง”
ฉันพูดความจริงนะแต่เขาทำหน้าเหมือนไม่เชื่ออ่ะ T^T หาเรื่องอื่นพูดดีกว่า
“ถ้านายจะซื้อของใช้ งั้นซื้อจากที่นี่ไหม” ฉันชี้ไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ตรงมุมตึกที่ไม่รู้ว่าเดินมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่เพราะมัวแต่คุยกัน
“อันที่จริง เรื่องซื้อของเป็นแค่ข้ออ้างฉันซื้อไว้หมดแล้ว” พูดแค่นี้ทำไมต้องก้มหน้าเกาหัวด้วยฟะ แล้วชวนฉันออกมาเพื่อ...
“อ้าว แล้วนายจะลากฉันออกมาจากเตียงทำไมแต่เช้าห๋า” คนสวยเซ็ง
“เธองี่เง่าจริงๆ หรือแกล้งงี่เง่า วันนี้วันวาเลนไทน์เธอจะมัว นอนกินบ้านกินเมืองหรือไงงี่เง่าจริงๆ” โห คำว่างี่เง่ามากันเป็นหมู่คณะ นี่สรุปฉันผิดอีกแล้วใช่ไหมเนี่ยที่จะตื่นสายและไม่ไปไหนในวันวาเลนไทน์เนี่ย T0T
“สำหรับฉันวันวาเลนไทน์มันก็เหมือนทุกๆ วันนั่นล่ะไม่เห็นจะมีอะไรเป็นพิเศษเลย” ความคิดสำหรับคนไม่มีแฟนอ่ะนะ หรือพูดง่ายๆ ฉันโสดค่ะโสดสนิทศิษย์ส่ายหน้าเลยค่ะ T^T
“ก็ทำให้มันพิเศษซะสิ” พูดจบนายมินแจก็จูงมือดึงฉันวิ่งไปทางห้างสรรพสินค้าเล็กๆ เฮ้อ...นายทำอย่างนี้ฉันหวั่นไหวนะเนี่ยเป็นเพื่อนกันมา 2 ปีไม่เห็นมีอะไรแต่ทำไมวันนี้ฉันรู้สึกแปลกๆ
สถานที่ ที่หมอนั่นพาฉันมาก็คือโรงหนัง เรื่องที่หมอนั่นเลือกดูก็คือ Twilight อุ๊ยรู้ได้ไงว่าฉันชอบโรเบิรต์ แพททินสัน น่ารัก
ค่อดๆ 5 นาทีต่อมาฉันกับมินแจก็เข้ามานั่งในโรงหนังพร้อมน้ำ 2 แก้วกับปอปคอร์น 1 ถังใหญ่ ที่ไม่รู้ว่าชาตินี้จะกินหมดไหม จะว่าไปวันนี้นายมินแจก็ทำตัวแปลกๆ ปกติจะจ้อไม่หยุดแต่วันนี้กลับค่อนข้างออกแนวขรึมๆ หรือคุยกันทีก็ไม่ค่อยจะมองหน้าฉันซักเท่าไหร่ แต่ว่าดูดีๆ นายนี่หน้าตาดีมากๆเลยแฮะ ปกติมองผ่านๆ ยังหน้าตาดียิ่งนั่งจ้องยิ่งหน้าตาดีเข้าไปใหญ่ หน้าขาวเนียนซะ ชนิดผู้หญิงอาย แถมยังมีตาที่กลมโตด้วย ชิ อิจฉาว่ะ
“นี่ มองอะไรนักหนาหา ทำอย่างกับไม่เคยเห็นจ้องซะอย่างกับจะเขมือบฉันงั้นล่ะ” มินแจพูดขึ้นเพราะฉันเอาแต่จ้องหน้าเขาโรบงโรเบิรต์เลยไม่ได้ดูเลย โอววววววไม่นะโรเบิรต์ของช้านนนToT ไม่อยากจะเชื่อฉันแทบไม่ได้ดูหนังเลยเพราะมัวแต่จ้องหน้ามินแจ
“เหมือนกับจะดูไม่รู้เรื่องเลยแฮะ” ฉันบ่นตลอดทางที่เดินออกมาจากโรงหนัง
“แหงล่ะเธอเอาแต่นั่งจ้องหน้าฉันนี่ เกิดหลงรักฉันขึ้นมาหรือไง” มินแจพูดทำให้หน้าฉันออกอาการแดงๆ นิดหน่อย
“บ้าแล้ว ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนดีกว่า” ต้องรีบออกมาก่อนที่เขาจะเห็นหน้าแดงๆ ของฉัน อายนะเนี่ยพูดอารายก้อม่ายรู้ บร้า (ออกมาเปนเพลงเลยไหมล่ะ) นายกำลังทำให้ฉันคิดมากนะเนี่ยนาย คิม มินแจ
หลังจากที่ฉันออกมาจากห้องน้ำก็พบว่านายคิม มินแจ หายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้หมอนี่ นี่นึกจะไปไหนก็ไม่บอกกันมั่งเลย ฉันเลยตัดสินใจนั่งรออยู่แถวๆ นั้น แต่ผ่านไป 20 นาทีแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แวว
I want Nobody Nobody but you
I want Nobody Nobody but you
อ๊า โทรศัพท์ฉันลืมไปได้ไงเนี่ยว่ามีโทรศัพท์นึกได้ตอนมันดังนี้ล่ะไม่งั้นฉันคงโทรตามหม
อนั่นไปแล้วแต่คงไม่ต้องแล้วล่ะเพราะหมอนั่นเป็นฝ่ายโทรมาเองแล้ว
(ว่าไงยัยงี่เง่า คงนั่งรอเอ๋ออยู่หน้าห้องน้ำล่ะสิ) พูดได้กวนทีนมากให้รอแล้วยังจะมากวนอีก
“เออ ฉันนั่งเอ๋ออยู่หน้าห้องน้ำนี่ล่ะแล้วนายล่ะมัวไปยืนเอ๋ออยู่ที่ไหน” ว่าฉันเอ๋อนายก็ต้องเอ๋อมั่งล่ะว๊า
(ฉันอยู่นี่)
“อยู่นี่อ่ะอยู่ไหนล่ะ”
(เงยหน้าขึ้นมาสิ) นายนี่ นี่จะเอาอย่างไงกับฉันฟะเนี่ย พอฉันเงยขึ้นไปก็เห็นนายมินแจโบกมือหยอยๆ อยู่ตรงราวระเบียงชั้นบน
(เดินขึ้นมาสิ ฉันจะรออยู่ตรงนี้) มินแจพูดต่อ
“อือ เดี๋ยวขึ้นไป” ฉันพูดแล้วทำท่าจะวางโทรศัพท์แต่หมอนั่นทำไม้ทำมือว่ายังไม่ต้องวาง ช่างมันตังเขามิใช่ตังฉัน พอฉันเดินขึ้นไปจุดที่เห็นนายมินแจเคยยืนอยู่ ปรากฏว่าเขาหายไปอีกแล้ว
“นี่ นายมินแจอยู่ไหนอีกเนี่ย” ฉันพูดใส่โทรศัพท์อย่างเริ่มมีอารมณ์หน่อยๆ (อารมณ์โกรธนะ)
(อยู่นี่ ทางซ้ายมือเธอ)
พอฉันหันไปทางซ้ายก็เห็นมินแจยืนเก็กอยู่ตรงทางขึ้นไปชั้นดาดฟ้าของทางห้าง พอฉันเดินเข้าไปนายนั่นก็วิ่งขึ้นบันไดไปซะแล้ว ฉันชักจะเริ่มโมโหจริงๆ แล้วนะ แต่ฉันก็วิ่งตามเขาไปจนได้วิ่งตามจนมายืนอยู่ตรงหน้าประตูที่มีป้ายติดไว้ว่า ไม่มีกิจห้ามเข้า เอาวะหมอนั่นยังเข้าไปได้ (แน่ใจว่าเขาอยู่ในนี้เพราะมันไม่มีทางอื่นแล้ว) คิดได้อย่างนั้นฉันจึงดันประตูออกไปอย่างเต็มแรง
“นี่ มินแจถ้านายยังไม่หยุดวิ่งหนีฉัน ฉันจะกลับบ้านแล้วนะ” หลังจากที่เข้าไปข้างในฉันก็ได้ทีหลับหูหลับฉอดๆๆใส่ พอฉันได้มองสภาพแวดล้อมทั่วๆ ไปแล้วฉันถึงกับอึ้ง เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะว่าในห้องนี้มีมีแต่ดอกกุหลาบสีแดงเต็มไปหมดมันช่างสวยงามมาก (ก็ไม่รู้จะใช้คำอะไรแล้วอ่ะนะ) แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าฉันกำลังตามหาตัวมินแจเพื่อจะด่ามันอยู่ ฉันจึงยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอก็ยังมีตัวนับเวลาอยู่แสดงว่านายมินแจยังอยู่ในสาย
“มินแจ” ฉันกรอกเสียงใส่ไปในโทรศัพท์
(ว่าไง) เขาตอบกลับมาสัญญาณชัดมากๆ แสดงว่าเขาก็อยู่ใกล้ๆ นี่ล่ะ
“นายอยู่ไหน คิดจะทำอะไรกันแน่ ถ้านายไม่ออกมาฉันจะกลับจริงๆ แล้วนะ และฉันรู้สึกโมโหแล้วด้วย” พูดจบฉันก็ตัดสายทิ้งไปแล้วก็ยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงพร้อมกับ กลับหลังหันเตรียมกลับบ้าน ก็เห็นว่ามินแจยืนอยู่ตรงหน้าประตูที่ฉันเดินเข้ามา ในมือเขามีดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่อีกช่อหนึ่ง
“ถ้าเธอกลับแล้วฉันจะบอกรักใครล่ะ” มินแจพูด แต่เฮ้ยเมื่อกี้เขาบอกว่าจะบอกรักใครนะ เล่นซะฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วเนี่ย
“ฉันคงทำให้เธอตกใจมากไปหน่อย” มินแจพูดพร้อมเดินเข้ามาให้ฉัน
“มากจนถึงขั้นช็อกเลยล่ะ นายกินยาลืมเขย่าแคปซูลหรือเปล่าเนี่ย” ฉันต้องหูฝาดไปแน่ๆ ที่เมื่อกี้ได้ยินว่าเขาจะบอกรักฉัน
“ฉันคิดว่า ไม่สิไม่ได้คิดแต่ฉันชอบเธอจริงๆ นาเม” ได้ยินอย่างนั้นฉันจึงค้างไปเลยเกิดมาก็เพิ่งมีคนสารภาพรักก็ตอนนี้น่ะล่ะแถมคนที่มา
สารภาพกลับเป็นเพื่อนสนิทอีกต่างหากๆ โอยจะเป็นลม
“แต่ว่าฉันกับนาย..” พอได้สติและฉันเริ่มจะพูดนายนั่นก็ชิงพูดก่อน
“ฟังฉันให้จบก่อน เธอคงจะตกใจและคิดว่าฉันคงจะล้อเธอเล่น แต่มันไม่ใช่เพราะฉันชอบเธอจริงๆ ชอบมาตั้งแต่ที่ฉันวิ่งชนเธอตอนครั้งแรกที่เราได้เจอกันแล้ว การอยู่ใกล้เธอทำให้ฉันมีความสุข เธอไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่ฉันรู้จัก ฉันอยากจะบอกเธอทุกครั้งที่ได้เจอและพูดคุยกับเธอว่าฉันชอบเธอ แต่ฉันก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าใจเธอกับใจฉันจะไม่ตรงกันแล้วถ้าบอกเธอไปฉันคงจะเสียเธอ
ไปและความสัมพันธ์ของเราคงจะไม่เหมือนเดิม แต่ตอนนี้ฉันไม่สนใจแล้วไม่ว่าเธอจะรู้สึกอย่างไงกับฉันเพราะเวลาของฉันที่จะอยู่กับ
เธอมีขีดจำกัดอยู่แค่ สามโมงเช้าพรุ่งนี้ ถ้าเธอไม่ได้ชอบฉันเหมือนที่ฉันชอบเธอ เธออย่าเพิ่งปฏิเสธฉันได้ไหมฉันขอเวลาเธอแค่วันนี้วันเดียว เธอจะโกหกว่าชอบฉันก็ได้ ขออย่างเดียวอย่าเพิ่งปฏิเสธฉันเลยได้ไหม” ฉันเริ่มจะเชื่อจริงๆ แล้วล่ะว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นดูจากสีหน้าที่เขามองฉันอย่างกลัวว่าฉันจะปฏิเสธและสายตา
ที่ขอคำตอบจากฉัน ถ้าให้ฉันตอบตอนนี้ฉันคงตอบได้ว่า ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าฉันพูดประโยคนี้ออกไปจริงๆ เขาคงจะเสียใจมาก แต่ฉันก็ไม่แน่ใจตัวเองได้ว่าฉันคิดกับเขาอย่างไง ฉันไม่เคยคิดรับมือกับเรื่องอย่างนี้เลย
“เฮ้อ นายยังไม่ได้เลี้ยงพิชซ่ากับไอศกรีมฉันเลย บอกจะเลี้ยงไม่ใช่หรือไงฉันหิวจะตายอยู่แล้วไว้อิ่มแล้วฉันจะหาคำตอบให้ล่ะกัน” นี่ล่ะสิ่งที่ออกมาจากปากฉัน มีแต่เรื่องกิน
แต่ก็เรียกรอยยิ้มจากหมอนั่นได้เหมือนกันแฮะ
“แล้วนั่นน่ะ จะให้ฉันหรือเปล่า” ฉันชี้ไปที่ดอกกุหลาบช่อโตที่หมอนั่นถือมา มินแจยิ้มหน้าระรื่นก่อนจะยื่นมันมาให้ฉัน เขาก็น่ารักซะอย่างนี้ล่ะนะ จะให้ฉันทำร้ายจิตใจเขาได้อย่างไง
“ขอบใจมาก” รู้สึกเหมือนหน้าจะร้อนๆ แดงเหมือนกันแฮะ รู้สึกนี่จะเป็นดอกไม้ช่อแรกในชีวิต >///<
“เธอหน้าแดงนี่” หมอนั่นพูด ช่างไม่ดูสังขารหน้าตัวเองเล้ย
“หน้านายก็แดงเหมือนกันนั่นล่ะ...ไปกันได้แล้วฉันหิวจนจะกลืนช้างได้ทั้งตัวแล้ว” โดยไม่ต้องรอคำตอบฉันก็ลากนาย
มินแจออกไปแก้เขิน
มา Talk กะตัวละครกันเต๊อะ
