[Fiction]The Wish (Chapter 2)

posted on 11 Aug 2009 21:51 by zomjangchangmin

 

2
user posted image ความในใจของเพื่อนสนิท(คิดไม่ซื่อ) user posted image



เช้าที่แสนจะสดใส ^o^
“นี่ๆ ตื่นได้แล้วยัยชี้เซานาเม” เสียงใครซักคนที่ฉันรู้สึกคุ้นหูดังขึ้น แถมยังรู้สึกเหมือนมีอะไรมาทับตัวฉันอยู่ด้วยแฮะหรือจะโดน...อำ(หวังว่าคงจะเข้าใจนะคะว่าอะไร) ฉันจึงค่อยๆ ลืมตาอันแสนจะหนักให้เปิดออกมาชมโลก หน้าที่ได้เห็นคือ อิตาคิม มินแจ เฮ้ยยยยยยย มันขี่ฉันอยู่อ่ะ ด้วยความตกใจฉันจึงได้ถีบมันไปเต็มTeen
“อ๊ากกกกกกกก ตุ๊บบบบบบ” เสียงอิตามินแจแหกปากร้องพร้อมกับร่วงลงพื้นอย่างสวยงาม แปะ แปะ แปะ ตบมือให้คนถีบหน่อยเร้ววววว (ปัญญาอ่อน)
“นี่เธอเป็นลูกศิษย์จาพนมหรือไงห๋าผลักมาได้” เหมือนมันจะเข้าใจว่าฉันใช้มือแล้วรู้ได้ไงเนี่ยว่าฉันชอบจาพนม องค์บากอิอิ ได้ข่าวว่าภาค 2 กำลังฉายที่ไทยเดือนหน้าคงจะเข้าเกาหลีเราจะได้ไปดู หุ หุ หุ
“ใช้นี่ ไม่เรียกว่าผลักค่ะที่เลิฟ” ฉันบอกพร้อมชูทีนขึ้นมาให้ดู
“โหยแม่คู๊ณ ไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาซะเลย” มินแจพูดพร้อมกับพยุงตัวเองขึ้นมาจากการกองอยู่กับพื้น
“แล้วไอ้การที่นายขึ้นมาขี่ฉันเนี่ยสุภาพบุรุษเค้าทำกันหรือไงยะ คนนะไม่ใช่ควายมาขี่กันได้”
“ก็คนมันดีใจอ่ะ มีข่าวดีจะมาบอก” ไม่พูดเปล่ามันยังทำท่าระรี้ระริกอย่างน่าหมันไส้
“อะไรยะ จะไปผ่าตัดแปลงเพศหรือไง”
“ใช่แล้วฮ่า แล้วก็จะไปเปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนางสาวด้วย” กรรม เจือกรับมุกอีก (-__-wink.gif
“บ้า ใครจะไปทำ ฉันออกจะหล่อเร้าใจสาวติดตรึมขนาดนี้คิดอย่างที่เธอบอกก็ฆ่าตัวตายชัดๆ” หลงตัวเองซะไม่มี
“แล้วข่าวดีอะไรล่ะยะ” ที่จริงก็อยากรู้เหมือนกันอ่ะนะ
“ฉันจะได้เดบิวต์เป็นศิลปินเต็มตัวแล้วว่ะ เฮ้ย ช่วยดีใจหน่อยเร้วววว” ตาบ้านั่นพูดแล้วลุกขึ้นชู้ไม้ชูมือเต้น เพื่อ =_=
“เออ ก็ดีใจด้วยแล้วกันแค่นี้ใช่ปะจะได้นอนต่อ” พอฉันทำท่าจะเอนลงนอนมันก็เจือกมาดึงแขนฉันไว้
“ไม่ได้ เธอต้องอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปกับฉัน” ไอ้นี่ นี่ ขัดขวางคนนอนบาปนะเว้ยไม่รู้หรือไง
“ไปไหนจะให้ฉันไปดูโอ่ออกเทปคู่กับนายหรือไง” ว่าแล้วก็อ้าปากหาว
“เปล่าจะให้ไปซื้อของเป็นเพื่อนหน่อย” ไม่เอาอ่ะเคยไปแล้วหาวอีกรอบดีกว่า
“ก็ไปเองดิ ไปไม่ถูกหรือไง ฮ้าววววววววววว” หาวอีกรอบ =O=
“ไม่เอาเธอไม่รู้ไงวันนี้วันวาเลนไทน์ ไปคนเดียวคนมองตายเลย” เออเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าไปซื้อของคนเดียวในวันวาเลนไทน์มันผิดกฎหมายอ่ะ
“ไปด้วยกันหน่อยดิ น้าๆๆเดี๋ยวเลี้ยงไอติม เลี้ยงหนัง เลี้ยงข้าว” เอาของกินมาล่ออีก เลี้ยงตัวหนูด้วยเลยไหมล่ะคะ sleep.gif
“พิชซ่าด้วยได้ปะ” ต่อลองอีก เพื่อชีวิตที่แจ่มใส อยากหม่ำพิชซ่ามาหลายวันและ
“เออก็ได้ แต่ตอนนี้เธอไปแปรงฟันก่อนเถอะขี้ฟันเธอจะออกมาเต้นระบำอยู่แล้ว” ตาบ้านี่ พูดซะน่าเกลียดแถมยังทำหน้า
หยะแหยงอีกต่างหากฉันจึงสะบัดหน้าอันงอนงามใส่แล้วกระแทกเท้าเดินเข้าห้องน้ำไป
“แล้วจะมานั่งเจ๋ออะไรอีกล่ะยะฉันจะอาบน้ำแต่งตัวไปรอที่บ้านนายนู่นไป๊” ฉันชะโงกหน้ามาไล่หมอนั่นที่กำลังนั่งหน้าหล่ออยู่ที่เตียงของฉัน หมอนั่นเบะปากนิดนึงก่อนจะกระโดดเป็นสไปร์เดอร์แมนกลับห้องตัวเองไป มันคงได้ขาหักซักวันนั่นล่ะ ถ้ามีวันนั้นฉันจะหัวเราะให้หายสวยเลยคอยดู อิอิ

1 ชั่วโมงผ่านไป
“นายจะไปซื้อของที่ไหนล่ะ” ฉันถามระหว่างที่เราสองคนกำลังเดินออกมาตามทางเท้าหลังจากที่ฉันไปลากนายมินแจออกมาจ
ากโซฟาบ้านเขา รอนิดรอหน่อยมาทำเป็นหลับฉันไม่ได้อาบน้ำนานขนาดนั้นซักหน่อย ชิ
“ไม่รู้ดิ ลืมแล้วอ่ะเพราะเธอนั่นล่ะอาบน้ำนานจนฉันหลับ ตื่นมาเลยลืมเลยว่าฉันจะไปซื้อของที่ไหน” มินแจพูดพร้อมเอามือปิดปากหาว
“ทำอย่างกับว่ามีที่ให้เลือกเยอะนักนี่ เชจู นะยะไม่ใช่ โซล จะได้มีที่ซื้อของเยอะแยะอ่ะ ว่าแต่นายจะซื้ออะไรอ่ะ” อาฮะ ใช่แล้วค่ะพวกเรามิได้เป็นชาวเมือง แต่เราเป็นชาวเกาะ ไม่ใช่เกาะพ่อเกาะแม่นะ อยากจะบอกว่าบ้านเกิดฉันสวยมากๆ เลยล่ะเป็นเกาะที่สวยที่สุดในเกาหลีแล้ว (แต่ได้ข่าวว่ามีเกาะนามิอีกที่ที่สวยกว่า)
“ของใช้ทั่วไปน่ะฉันเก็บพวกเสื้อผ้าเสร็จแล้วเหลือพวกของใช้นี่ล่ะ”
“เก็บเสื้อผ้า นายจะไปไหนอ่ะ” สงสัยนายนี่จะหนีเรียนไปพักร้อนแน่เลย นิสัยเสียชะมัดไปไม่ชวน เคืองค่ะเคือง >o<
“ฉันยังไม่ได้บอกเธอหรอ ว่าฉันต้องย้ายไปอยู่ที่โซล” มินแจบอกอย่าง งงๆ คนงง มันต้องฉันไม่ใช่เรอะแย่งซีนกันหน้าด้านๆ
“ยัง” ฉันตอบสั้นๆ ได้ใจความ ความจำปลาทองจริงๆ หรือว่าเขาบอกแต่ฉันลืมเอง
“พ่อฉันต้องย้ายไปทำงานที่สาขาแคนาดาแม่ฉันก็เลยตามพ่อไปด้วย แต่ฉันเพิ่งจะได้เดบิวต์ฉันเลยไม่อยากทิ้งความฝันตัวเองเลยจะย้ายไปอยู่ที่โซลจะได้อ
ยู่ใกล้ๆ กับค่ายเพลงที่ฉันอยู่ด้วยเรื่องเรียนฉันก็คงจะพักไว้ก่อน” รู้สึกใจหายไปเลยหายไปในอากาศ ฉันจะร้องเพลงเพื่อ.... แต่ใจหายจริงๆนะ ฉันกับเขาตั้งแต่มัธยมต้นมาจนถึงตอนนี้เจอหน้ากันทุกวันแทบจะวันละ 24 ชั่วโมงพอคิดว่าจะไม่ได้เจอเขามันก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนปั่นจักรยานไม่มีล้อ (เธอเปรียบกับอะไรเนี่ย ลี นาเม)หรือฉันจะเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ sleep.gif
“แล้วนายจะไม่กลับมาที่ เชจู แล้วหรอ”
“คิดว่าคงจะไม่ ฉันอยากจะทุ่มเทให้กลับงานคงจะไม่มีเวลาไปไหน” นี่ฉันจะไม่ได้เจอนายอีกแล้วใช่ไหม คิม มินแจ ฉันก็ได้แค่คิดในใจอ่ะนะ ไม่กล้าพูดออกไป เดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ (ยังไม่จบsleep.gif)
“ความฝันนายคือการได้เป็นนักร้องเหรอ” ไม่น่าถามเลยแฮะมินแจจะไปขนาดนี้แล้วฉันจะถามไปเพื่อ...
“ใช่ฉันอยากเป็นนักร้องที่ทั่วโลกรู้จัก การได้ร้องเพลงทำให้ฉันมีความสูข” หมอนั่นพูดแล้วยิ้ม น่ารักชะมัดเลยแฮะแต่ไอ้รู้จักไปทั่วโลกนี่ไม่ค่อยเวอร์เลยแฮะเพื่อนเรา
“แล้วเธอล่ะ” เขาหันมาถามฉันต่อ
“ถ้าความฝันนายคือการร้องเพลงความของฉันก็คงจะเป็นการได้ไปเรียนต่อที่แอลเอล่ะมั๊ง”
ฉันพูดความจริงนะแต่เขาทำหน้าเหมือนไม่เชื่ออ่ะ T^T หาเรื่องอื่นพูดดีกว่า
“ถ้านายจะซื้อของใช้ งั้นซื้อจากที่นี่ไหม” ฉันชี้ไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ตรงมุมตึกที่ไม่รู้ว่าเดินมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่เพราะมัวแต่คุยกัน
“อันที่จริง เรื่องซื้อของเป็นแค่ข้ออ้างฉันซื้อไว้หมดแล้ว” พูดแค่นี้ทำไมต้องก้มหน้าเกาหัวด้วยฟะ แล้วชวนฉันออกมาเพื่อ...
“อ้าว แล้วนายจะลากฉันออกมาจากเตียงทำไมแต่เช้าห๋า” คนสวยเซ็ง
“เธองี่เง่าจริงๆ หรือแกล้งงี่เง่า วันนี้วันวาเลนไทน์เธอจะมัว นอนกินบ้านกินเมืองหรือไงงี่เง่าจริงๆ” โห คำว่างี่เง่ามากันเป็นหมู่คณะ นี่สรุปฉันผิดอีกแล้วใช่ไหมเนี่ยที่จะตื่นสายและไม่ไปไหนในวันวาเลนไทน์เนี่ย T0T
“สำหรับฉันวันวาเลนไทน์มันก็เหมือนทุกๆ วันนั่นล่ะไม่เห็นจะมีอะไรเป็นพิเศษเลย” ความคิดสำหรับคนไม่มีแฟนอ่ะนะ หรือพูดง่ายๆ ฉันโสดค่ะโสดสนิทศิษย์ส่ายหน้าเลยค่ะ T^T
“ก็ทำให้มันพิเศษซะสิ” พูดจบนายมินแจก็จูงมือดึงฉันวิ่งไปทางห้างสรรพสินค้าเล็กๆ เฮ้อ...นายทำอย่างนี้ฉันหวั่นไหวนะเนี่ยเป็นเพื่อนกันมา 2 ปีไม่เห็นมีอะไรแต่ทำไมวันนี้ฉันรู้สึกแปลกๆ
สถานที่ ที่หมอนั่นพาฉันมาก็คือโรงหนัง เรื่องที่หมอนั่นเลือกดูก็คือ Twilight อุ๊ยรู้ได้ไงว่าฉันชอบโรเบิรต์ แพททินสัน น่ารัก
ค่อดๆ 5 นาทีต่อมาฉันกับมินแจก็เข้ามานั่งในโรงหนังพร้อมน้ำ 2 แก้วกับปอปคอร์น 1 ถังใหญ่ ที่ไม่รู้ว่าชาตินี้จะกินหมดไหม จะว่าไปวันนี้นายมินแจก็ทำตัวแปลกๆ ปกติจะจ้อไม่หยุดแต่วันนี้กลับค่อนข้างออกแนวขรึมๆ หรือคุยกันทีก็ไม่ค่อยจะมองหน้าฉันซักเท่าไหร่ แต่ว่าดูดีๆ นายนี่หน้าตาดีมากๆเลยแฮะ ปกติมองผ่านๆ ยังหน้าตาดียิ่งนั่งจ้องยิ่งหน้าตาดีเข้าไปใหญ่ หน้าขาวเนียนซะ ชนิดผู้หญิงอาย แถมยังมีตาที่กลมโตด้วย ชิ อิจฉาว่ะ
“นี่ มองอะไรนักหนาหา ทำอย่างกับไม่เคยเห็นจ้องซะอย่างกับจะเขมือบฉันงั้นล่ะ” มินแจพูดขึ้นเพราะฉันเอาแต่จ้องหน้าเขาโรบงโรเบิรต์เลยไม่ได้ดูเลย โอววววววไม่นะโรเบิรต์ของช้านนนToT ไม่อยากจะเชื่อฉันแทบไม่ได้ดูหนังเลยเพราะมัวแต่จ้องหน้ามินแจ

“เหมือนกับจะดูไม่รู้เรื่องเลยแฮะ” ฉันบ่นตลอดทางที่เดินออกมาจากโรงหนัง
“แหงล่ะเธอเอาแต่นั่งจ้องหน้าฉันนี่ เกิดหลงรักฉันขึ้นมาหรือไง” มินแจพูดทำให้หน้าฉันออกอาการแดงๆ นิดหน่อย
“บ้าแล้ว ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนดีกว่า” ต้องรีบออกมาก่อนที่เขาจะเห็นหน้าแดงๆ ของฉัน อายนะเนี่ยพูดอารายก้อม่ายรู้ บร้า (ออกมาเปนเพลงเลยไหมล่ะ) นายกำลังทำให้ฉันคิดมากนะเนี่ยนาย คิม มินแจ

หลังจากที่ฉันออกมาจากห้องน้ำก็พบว่านายคิม มินแจ หายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้หมอนี่ นี่นึกจะไปไหนก็ไม่บอกกันมั่งเลย ฉันเลยตัดสินใจนั่งรออยู่แถวๆ นั้น แต่ผ่านไป 20 นาทีแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แวว
I want Nobody Nobody but you
I want Nobody Nobody but you
อ๊า โทรศัพท์ฉันลืมไปได้ไงเนี่ยว่ามีโทรศัพท์นึกได้ตอนมันดังนี้ล่ะไม่งั้นฉันคงโทรตามหม
อนั่นไปแล้วแต่คงไม่ต้องแล้วล่ะเพราะหมอนั่นเป็นฝ่ายโทรมาเองแล้ว
(ว่าไงยัยงี่เง่า คงนั่งรอเอ๋ออยู่หน้าห้องน้ำล่ะสิ) พูดได้กวนทีนมากให้รอแล้วยังจะมากวนอีก
“เออ ฉันนั่งเอ๋ออยู่หน้าห้องน้ำนี่ล่ะแล้วนายล่ะมัวไปยืนเอ๋ออยู่ที่ไหน” ว่าฉันเอ๋อนายก็ต้องเอ๋อมั่งล่ะว๊า
(ฉันอยู่นี่)
“อยู่นี่อ่ะอยู่ไหนล่ะ”
(เงยหน้าขึ้นมาสิ) นายนี่ นี่จะเอาอย่างไงกับฉันฟะเนี่ย พอฉันเงยขึ้นไปก็เห็นนายมินแจโบกมือหยอยๆ อยู่ตรงราวระเบียงชั้นบน
(เดินขึ้นมาสิ ฉันจะรออยู่ตรงนี้) มินแจพูดต่อ
“อือ เดี๋ยวขึ้นไป” ฉันพูดแล้วทำท่าจะวางโทรศัพท์แต่หมอนั่นทำไม้ทำมือว่ายังไม่ต้องวาง ช่างมันตังเขามิใช่ตังฉัน พอฉันเดินขึ้นไปจุดที่เห็นนายมินแจเคยยืนอยู่ ปรากฏว่าเขาหายไปอีกแล้ว
“นี่ นายมินแจอยู่ไหนอีกเนี่ย” ฉันพูดใส่โทรศัพท์อย่างเริ่มมีอารมณ์หน่อยๆ (อารมณ์โกรธนะ)
(อยู่นี่ ทางซ้ายมือเธอ)
พอฉันหันไปทางซ้ายก็เห็นมินแจยืนเก็กอยู่ตรงทางขึ้นไปชั้นดาดฟ้าของทางห้าง พอฉันเดินเข้าไปนายนั่นก็วิ่งขึ้นบันไดไปซะแล้ว ฉันชักจะเริ่มโมโหจริงๆ แล้วนะ แต่ฉันก็วิ่งตามเขาไปจนได้วิ่งตามจนมายืนอยู่ตรงหน้าประตูที่มีป้ายติดไว้ว่า ไม่มีกิจห้ามเข้า เอาวะหมอนั่นยังเข้าไปได้ (แน่ใจว่าเขาอยู่ในนี้เพราะมันไม่มีทางอื่นแล้ว) คิดได้อย่างนั้นฉันจึงดันประตูออกไปอย่างเต็มแรง
“นี่ มินแจถ้านายยังไม่หยุดวิ่งหนีฉัน ฉันจะกลับบ้านแล้วนะ” หลังจากที่เข้าไปข้างในฉันก็ได้ทีหลับหูหลับฉอดๆๆใส่ พอฉันได้มองสภาพแวดล้อมทั่วๆ ไปแล้วฉันถึงกับอึ้ง เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะว่าในห้องนี้มีมีแต่ดอกกุหลาบสีแดงเต็มไปหมดมันช่างสวยงามมาก (ก็ไม่รู้จะใช้คำอะไรแล้วอ่ะนะ) แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าฉันกำลังตามหาตัวมินแจเพื่อจะด่ามันอยู่ ฉันจึงยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอก็ยังมีตัวนับเวลาอยู่แสดงว่านายมินแจยังอยู่ในสาย
“มินแจ” ฉันกรอกเสียงใส่ไปในโทรศัพท์
(ว่าไง) เขาตอบกลับมาสัญญาณชัดมากๆ แสดงว่าเขาก็อยู่ใกล้ๆ นี่ล่ะ
“นายอยู่ไหน คิดจะทำอะไรกันแน่ ถ้านายไม่ออกมาฉันจะกลับจริงๆ แล้วนะ และฉันรู้สึกโมโหแล้วด้วย” พูดจบฉันก็ตัดสายทิ้งไปแล้วก็ยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงพร้อมกับ กลับหลังหันเตรียมกลับบ้าน ก็เห็นว่ามินแจยืนอยู่ตรงหน้าประตูที่ฉันเดินเข้ามา ในมือเขามีดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่อีกช่อหนึ่ง
“ถ้าเธอกลับแล้วฉันจะบอกรักใครล่ะ” มินแจพูด แต่เฮ้ยเมื่อกี้เขาบอกว่าจะบอกรักใครนะ เล่นซะฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วเนี่ย
“ฉันคงทำให้เธอตกใจมากไปหน่อย” มินแจพูดพร้อมเดินเข้ามาให้ฉัน
“มากจนถึงขั้นช็อกเลยล่ะ นายกินยาลืมเขย่าแคปซูลหรือเปล่าเนี่ย” ฉันต้องหูฝาดไปแน่ๆ ที่เมื่อกี้ได้ยินว่าเขาจะบอกรักฉัน
“ฉันคิดว่า ไม่สิไม่ได้คิดแต่ฉันชอบเธอจริงๆ นาเม” ได้ยินอย่างนั้นฉันจึงค้างไปเลยเกิดมาก็เพิ่งมีคนสารภาพรักก็ตอนนี้น่ะล่ะแถมคนที่มา
สารภาพกลับเป็นเพื่อนสนิทอีกต่างหากๆ โอยจะเป็นลม
“แต่ว่าฉันกับนาย..” พอได้สติและฉันเริ่มจะพูดนายนั่นก็ชิงพูดก่อน
“ฟังฉันให้จบก่อน เธอคงจะตกใจและคิดว่าฉันคงจะล้อเธอเล่น แต่มันไม่ใช่เพราะฉันชอบเธอจริงๆ ชอบมาตั้งแต่ที่ฉันวิ่งชนเธอตอนครั้งแรกที่เราได้เจอกันแล้ว การอยู่ใกล้เธอทำให้ฉันมีความสุข เธอไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่ฉันรู้จัก ฉันอยากจะบอกเธอทุกครั้งที่ได้เจอและพูดคุยกับเธอว่าฉันชอบเธอ แต่ฉันก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าใจเธอกับใจฉันจะไม่ตรงกันแล้วถ้าบอกเธอไปฉันคงจะเสียเธอ
ไปและความสัมพันธ์ของเราคงจะไม่เหมือนเดิม แต่ตอนนี้ฉันไม่สนใจแล้วไม่ว่าเธอจะรู้สึกอย่างไงกับฉันเพราะเวลาของฉันที่จะอยู่กับ
เธอมีขีดจำกัดอยู่แค่ สามโมงเช้าพรุ่งนี้ ถ้าเธอไม่ได้ชอบฉันเหมือนที่ฉันชอบเธอ เธออย่าเพิ่งปฏิเสธฉันได้ไหมฉันขอเวลาเธอแค่วันนี้วันเดียว เธอจะโกหกว่าชอบฉันก็ได้ ขออย่างเดียวอย่าเพิ่งปฏิเสธฉันเลยได้ไหม” ฉันเริ่มจะเชื่อจริงๆ แล้วล่ะว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นดูจากสีหน้าที่เขามองฉันอย่างกลัวว่าฉันจะปฏิเสธและสายตา
ที่ขอคำตอบจากฉัน ถ้าให้ฉันตอบตอนนี้ฉันคงตอบได้ว่า ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าฉันพูดประโยคนี้ออกไปจริงๆ เขาคงจะเสียใจมาก แต่ฉันก็ไม่แน่ใจตัวเองได้ว่าฉันคิดกับเขาอย่างไง ฉันไม่เคยคิดรับมือกับเรื่องอย่างนี้เลย
“เฮ้อ นายยังไม่ได้เลี้ยงพิชซ่ากับไอศกรีมฉันเลย บอกจะเลี้ยงไม่ใช่หรือไงฉันหิวจะตายอยู่แล้วไว้อิ่มแล้วฉันจะหาคำตอบให้ล่ะกัน” นี่ล่ะสิ่งที่ออกมาจากปากฉัน มีแต่เรื่องกิน sleep.gif แต่ก็เรียกรอยยิ้มจากหมอนั่นได้เหมือนกันแฮะ
“แล้วนั่นน่ะ จะให้ฉันหรือเปล่า” ฉันชี้ไปที่ดอกกุหลาบช่อโตที่หมอนั่นถือมา มินแจยิ้มหน้าระรื่นก่อนจะยื่นมันมาให้ฉัน เขาก็น่ารักซะอย่างนี้ล่ะนะ จะให้ฉันทำร้ายจิตใจเขาได้อย่างไง
“ขอบใจมาก” รู้สึกเหมือนหน้าจะร้อนๆ แดงเหมือนกันแฮะ รู้สึกนี่จะเป็นดอกไม้ช่อแรกในชีวิต >///<
“เธอหน้าแดงนี่” หมอนั่นพูด ช่างไม่ดูสังขารหน้าตัวเองเล้ย
“หน้านายก็แดงเหมือนกันนั่นล่ะ...ไปกันได้แล้วฉันหิวจนจะกลืนช้างได้ทั้งตัวแล้ว” โดยไม่ต้องรอคำตอบฉันก็ลากนาย
มินแจออกไปแก้เขิน

user posted image

[Fiction]The Wish (Chapter 1)

posted on 11 Aug 2009 21:29 by zomjangchangmin

 

1
user posted image บ้านใกล้เรือนเคียง user posted image



“นายคิม มินแจฉันบอกนายกี่ครั้งแล้วว่าอย่าปีนเข้ามาในห้องฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ฉันแหกปากตะโกนเกือบ 20 เลสิเบล เมื่อเห็นไอ้ลิง (คนข้างบ้านฉันนี่ล่ะ) ที่กำลังเตรียมจะปีนหน้าต่างกลับห้องตัวเอง เหอะๆ ลิงจริงๆ ตอนเปิดประตูเข้ามาฉันแทบจะกระโดดถีบเพราะนึกว่าเป็นขโมยอยู่แล้ว
“ก็ฉันจะยืมซีดีเธออ่ะ แต่บ้านเธอไม่มีคนอยู่ฉันเลยต้องมายืมด้วยวิธีนี้” ไอ้ลิงมินแจตอบหน้าตาเฉย
“อ๋อออ เหรอ” ฉันทำตาโต+ลากเสียงได้น่าตบมาก
“ ถ้านายทำอย่างนี้แล้วเรียกว่ายืมก็ไม่ต้องจ้างตำรวจให้เสียตังค์รัฐแล้วล่ะ”
พูดมาได้ไม่คิดสตอเบอร์รี่ล่ะยกให้ที่หนึ่งเลยจริงๆ =_=^^
“ได้ข่าวว่าแผ่นเก่านายยังไม่ได้คืนฉันเลยนะ ถามจริงเหอะนายเอาของฉันไปขายหมดแล้วหรือไงห๋า” เบื่อจิงจิ๊งไอ้พวกลูกช่างยืมเนี่ยเด๋วปั๊ดแม่ก็เปิดร้านให้เช่าซะหรอกไม่คืนมีคิดดอ
ก (งกไปไหมเรา)
“เอาน่าเดี๋ยวเอามาคืนแต่ตอนนี้ไปก่อนนะบ๊ายบาย ^O^” ว่าแล้วก็กระโดดกลับถิ่นตัวเองไป เออดีสาธุขอให้มันขาหัก
“ฮัด เช้ยยยยยยย” ยังไม่ทันขาดคำมินแจก็จามออกมาก แหมคำแช่งฉันนี้ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ (ถึงจะแค่จามก็เถอะ)
“ฮั่นแน่ คิดถึงฉันละซี่อะไรกันฉันเพิ่งข้ามกลับมาเองนะแต่ถ้าเธอเรียกร้องฉันก็ยอมกระโดดข้าม
กลับไปหานะ” ดู ดูมันพูด ฉันเลยสมน้ำหน้าคุณด้วยการหยิบกรอบรูปที่วางบนหัวเตียงขว้างใส่เข้าให้
“จามครั้งเดียวเค้าเรียกว่านินทาย่ะ” ฉันตอบพร้อมกับแลบลิ้นใส่แล้วก็ดึงผ้าม่านปิดหน้าต่างดังพรืดดดด
“ขอบใจนะที่ส่งรูปมาให้แทนความคิดถึงอ่ะ” เสียงอิตาบ้ามินแจดังข้ามฟากมา อิตานี่ๆ ทำตัวน่าตบจริง แต่เค้าก็จัดว่าเป็นผู้ชายที่หล่อมากๆ คนนึงเลยล่ะ เริ่มเรื่องมาตั้งหลายบรรทัดและของแนะนำตัวก่อนล่ะกัน ฉันชื่อ ลี นาเม ส่วนไอ้ลิงตัวเมื่อกี้ชื่อ คิม มินแจ อาศัยอยู่ข้างบ้านฉันเองล่ะแถมห้องนอนฉันกับห้องนอนมินแจยังอยู่ตรงกันอีกต่างหากชนิ
ดที่หน้าต่างนี่ตรงกันเป๊ะอย่างกับสถาปนิคปราสาทหินพนมรุ้ง(รู้จักปะ) มาสร้างไว้ เป็นเหตุให้มินแจแอบย่องมาจิ๊กของฉันไปใช้ประจำไม่ว่าจะเป็น ซีดีเพลง ยาสีฟัน ปากกา ยางลบ ดินสอ ทุกอย่างที่มันจะยืมได้อ่ะตั้งแต่สากเบือยันเรือรบ ยกเว้นผ้าอนามัย
(sleep.gif‘) อยากรู้ล่ะสิว่าฉันกับเขารู้จักกันได้อย่างไง เรื่องมันก็มีอยู่ว่า

2 ปีก่อน
“นาเม กลับบ้านพร้อมกันไหม” เซรินหญิงสาวหน้าตาหน้ารักที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันและเป็นเพื่อนฉันด้วยถามขึ้นขณะท
ี่หล่อนและฉันกำลังเก็บหนังสือและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ลงกระเป๋า
“กลับไปก่อนเถอะเดี๋ยวฉันต้องเอาสมุดไปส่งอาจารย์น่ะ” ฉันตอบพร้อมกับยิ้มบางๆ ให้
“โอเคจ้ะ เจอกันพรุ่งนี้นะ” หล่อนยิ้มให้ฉันก่อนจะเดินสะพายกระเป๋าออกไป ส่วนตัวฉันเองก็เดินไปเอาสมุดงานที่เพื่อนๆ ทำแล้วส่งสุมๆ กันไว้ที่โต๊ะหน้าห้องหอบไปวางไว้ในห้องพักครู สาเหตุที่ต้องทำเพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าฉันเป็นหัวหน้าห้องอ่ะดิน่าเบื่อซะมัด เป็นมาปีนี้ปีที่ 2 และไม่เห็นจะมีไรดีขึ้นเลยให้ฉันเป็นทำไมก็ไม่รู้ ระหว่างทางฉันก็สัมผัสได้ถึงบ้างอย่างที่กำลังเคลื่อนที่มาทางฉันอย่างรวดเร็ว คงไม่ใช่ผีนะ เพราะถ้าใช่ฉันจะได้วิ่งหนี กลัวอ่ะ
พลั่ก! โอ้ยเจ็บบบบบบบ และมันก็ชนฉันจนได้ชนิดที่คนไปทางสมุดไปทางปลิวกระจายไปกับสายลม วิ่งมาไม่เห็นคนหรือไงฟะ ซวยจริงๆ เจ็บด้วยง่า แง้ๆ แม่จ๋านาเมเจ็บ ฮือออ (ออกแนวปัญญาอ่อน)
“นี่ฉันไปเดินบนหัวนายหรือไงห๋า ถึงต้องวิ่งชนฉันเนี่ย ฉอดๆๆๆๆๆแฉ่ดๆๆๆ” เฮ้อเหนื่อยด่าไปเต็มที่อิตานี่ยังยืนทำหน้าตาบ้องแบ๊ว เพื่ออะไรคะ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลยชนสาวน้อยอย่างฉันล้มแล้วยังจะยืนมองตาปริบๆ อีก เสียดายหน้าตาดีซะเปล่า
“พี่มินแจคะ ให้ฉันกลับบ้านด้วยคนน้า”
“ไม่ได้ๆๆ พี่มินแจต้องกลับบ้านกับฉัน”
“นี่ฉันมาก่อนนะเธอไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับพี่มินแจ ของฉัน”
“ของฉันตะหาก” เสียงนกกระจิบกระจอกดังตามมา หลังจากที่อิตาหน้าขาวนี่ชนฉันไม่นานพ่วงด้วยเสียงตุ๊บๆๆๆ ประดุจว่ามีการแข่งวิ่งมาราธอนยามเย็น เอ๊ะหรือว่า จะตบแย่งผู้ชายกันเร๊อะ ต้องไปดูหน่อยแล้ว แต่ทันทีที่ฉันจะลุกอิตาหน้าขาวก็ยื่นมือมาให้ฉันจับ เหอะทำไมไม่ให้ฉันคลานไปถึงหน้าประตูก่อนห๋าแล้วค่อยช่วยอ่ะ แต่ทันทีที่ฉันลุกก็แทบจะคว่ำไปกองกับพื้นอีกรอบ โอ้วแม่เจ้ากองทัพเด็กนักเรียนรวมมิตรทุกปีเลยนะเนี่ยมามุงทำไรกันหว่าเอ๊ะหรือว่าเฮ
ียเว่นกับเฮียเรนมาประชันคอนฯกันที่โรงเรียนเรา
“ว่าไงคะพี่มินแจ ให้ฉันซ้อนท้ายจักรยานพี่กลับบ้านด้วยคนนะ” อิน้องคนที่มัดแกละหน้าสุดทางซ้ายพูดเสียงแหลมแม่เจ้าประคู๊ณหล่อนไปกินนกหวีดมาหรือ
ไงยะ แต่แหมซ้อนจักรยานเรอะเช๊ย เชย เด๋วนี้เค้าต้อง ขี่อูฐกันแล้วน้อง (เชยกว่าอีกอ่ะ)
“ไม่ได้บ้านฉันอยู่ทางเดียวกับพี่มินแจพี่มินแจต้องไปส่งฉัน” อิน้องหน้าขาวเวอร์พูดอย่างมั่นใจว่าเค้าต้องไปส่งข้าแน่นอนเด็กเดียวนี้แก่แดดกันจร
ิงๆ มาประเคนตัวเองให้ผู้ชายไปส่งถึงบ้าน และถึงตอนนี้ฉันก็พึงรู้แล้วว่าผู้ชายที่ฉันว่ามาข้างต้นก็คืออิตาหน้าหวานที่ชนฉันล
้มกลิ้งสมุดกระจายนั่นเอง
“ถ้าฉันนับ 3 แล้ววิ่งนะ” นายหน้าหวานก้มลงมากระซิบเบาๆ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะนับอะไรเลยเขาก็ออกตัวสปีดแล้วก็ลากฉันวิ่งออกไปด้วยความเร็วสู
ง เหอะสงสารสาวน้อยอย่างฉันหน่อยเหอะฉันยังไม่อยากน่องใหญ่หรอกนะ
“บ้านเธอ...แฮ่ก...อยู่ไหน..แฮ่ก..เหรอ” นายหน้าหวานพูดไปหอบไปหลังจากที่วิ่งมาหยุดอยู่ที่โรงยิมหลังโรงเรียน
“ก็คง..แฮ่กๆๆ...ไม่ใช่....แฮ่กๆๆๆ...หลังเดียวกับนายอ่ะ” เฮ้อกว่าจะหลุดออกมาได้แต่ละคำแทบจะสิ้นใจไส้ติ่งขาด แม่เจ้าฉันไปเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ยถึงต้องวิ่งไส้แทบหลุดออกมากองอยู่ข้างนอก เพราะนายตัวซวยที่นั่งหอบๆ อยู่ข้างๆ นี่เอง
“นายจะลากฉันมาด้วยทำไมห๋า ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย” ฉันพูดหลังจากที่พยายามหายใจเข้าหายใจออกช้าๆ จนลดความหอบลงไปได้ระดับนึง
“ถ้าไม่ลากเธอมาด้วยเธอก็โดนรุมอ่ะดิ นี่ฉันช่วยเธอนะเนี่ย” โอ้วพระเจ้ามูฮัมหมัด(ใครก็ไม่รู้เหมือนกันอุทานไว้ก่อน) นี่สรุป ฉันผิด
“โอ้ ขอบพระคุณมากกกกกก คุณช่างมีบุญคุณกับฉันเหลือเกิน” นายหน้าหวานพยักหน้าก่อนจะพูดว่า
“ไม่เป็นไร” ฉันเลยฟาดป้าปเข้าให้ที่กะบาล “ซะที่ไหนล่ะฉันประชดย่ะ ยังจะบ้าจี้ตามอีก”
“โอ๊ย นี่ทำกับผู้มีพระคุณอย่างนี้หรอ” ยังจะมาหน้าด้านอีก sleep.gif
“จะเอาอีกซักทีไหมล่ะ” ฉันชักมือเตรียมจะซัดอีกป้าปทำให้อิตาหน้าหวานยกมือขึ้นมากันไว้พร้อมกับยื่นหน้าเข้
ามาใกล้ๆ ฉัน “เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นดีกว่าไหม” ตานี่เป็นบ้าไปแล้วตอนนี้หน้าฉันกับเค้าอยู่ห่างกันไม่ถึงเซนก่อนที่จะเลยไปยิ่งกว่า
นี้ฉันจึงกระทุ้งเข่าให้เข้าที่ท้องของเค้า เป็นผลให้ตาบ้านี่ตัวงอเป็นกุ้ง สมน้ำหน้าไม่รู้จัก ลี นาเมซะแล้ว
“ไปก่อนนะตาโรคจิต แบร่ๆๆๆ” ฉันวิ่งหนีตานั่นออกมาโดยมีเสียงตามมาหลอกหลอน
“เธอชื่ออะไรน่ะ” ตานั่นตะโกนถามแต่มือก็ยังกุมท้องอยู่
“ไว้ให้นายเจอฉันอีกฉันจะบอก แต่คงไม่มีทางเพราะฉันคงไม่โง่ให้นายหาฉันเจอง่ายๆ แน่” ฉันตะโกนกลับไปโดยที่ไม่ได้เดินหันหลังกลับไป
“ฉันชื่อมินแจนะ คิม มินแจจำไว้ด้วยเจอกันอีกจะได้เรียกถูก” อิตานั่นยังไม่วายที่จะตะโกนตามหลังมาแต่ฉันไม่ได้สนใจอะไร อย่าให้เจอกันอีกเลยสาธุ ว่าแต่เหมือนฉันจะลืมอะไรไปอย่างแฮะแต่ช่างมันเถอะกลับบ้านดีกว่า (สมุดที่เธอต้องไปส่งล่ะยะ)
แต่แล้วเหมือนโชคชะตาจะรวมพลกันแกล้งฉันเต็มที่ เมื่อฉันเปิดประตูห้องตัวเองเข้าไปก็เจ๊อะเข้าให้กับสายตาหวานๆ จากคนห้องฝั่งตรงข้ามที่คาดว่าคงจะเพิ่งเปิดประตูเข้ามาเหมือนกันเข้าให้ “อิตาโรคจิตหน้าหวาน” ฉันชี้หน้านายนั่นพร้อมกับพูดออกมาเสียงดัง
“อ่ะฮ่า...นั่นไงเราเจอกันอีกแล้วยังไม่ทันข้ามวันเลยฉันชื่อคิม มินแจต่างหากล่ะ ทีนี้ก็บอกชื่อของเธอมาชะดีๆ สาวน้อย” อิตานั่นตะโกนข้ามฟากมาอย่างร่าเริง =O= นี่ล่ะคือจุดเริ่มต้นของฉันและเขาเหอๆๆ

กลับมาที่ปัจจุบันกันเถอะ
จีกึม (ตอนนี้) มัน (นายคิม มินแจ) ก็ยังอาศัยอยู่ข้างบ้านฉันค่ะท่านผู้อ่าน แถมมันก็ยังหาเรื่องให้ฉันด่าได้ทุกวันถึงตอนนี้เราจะไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกันแล้
วเพราะฉันตัดสินใจเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายที่เด่นทางด้านภาษาส่วนนายมินแจรู้สึกจะส
อบเข้าโรงเรียนที่ดังทางการดนตรีอะไรเทือกนั้นนั่นล่ะ แต่ฉันก็เจอหน้าเค้าทุกวันจนเอียนเจียนอ้วกแล้วค่ะ ตอนนี้นายนั่นได้เป็นเด็กฝึกหัดของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ค่ายหนึ่งด้วยสงสัยเขาจะชอบทางน
ี้จริงๆ แฮะ แต่ฉันก็ไม่เคยฟังหรอกนะว่าเขาร้องเพาะหรือเปล่า ตอนนี้เรา 2 คนก็ต่างก็อยู่ไฮสคูลปี 2 กันแล้ว แต่หมอนั่นก็ไม่ค่อยไปโรงเรียนซักเท่าไหร่เพราะมัวแต่ไปอยู่กับค่ายเพลงแต่พอเวลามีส
อบหมอนั่นกลับได้เต็ม มันช่างเก่งได้โล่อะไรขนาดนี้
“นี่....นาเมฉันยืมยาสีฟันหน่อยสิของฉันหมดอ่ะ” ขัดจังหวะจริงยังนินทาไม่จบเลย มินแจตะโกนมาจากหน้าต่างห้องตัวเอง
“ทำไมฉันต้องให้ยืม” ฉันหันไปตะโกนบอกหมอนั่นพร้อมจะงับหัวได้ทุกเวลา ก็ไม่อยากถามหรอกเพราะรู้อยู่แล้วว่าหมอนั่นจะตอบว่าอะไร
“เพราะเราเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกันไง” นี่ล่ะคำตอบยอดฮิตของหมอนั่น ฉันหันไปทำเสียงจิ๊จ๊ะก่อนจะเดินปึงปังถีบประตูดังเปรี้ยง (คล้องกันดีจัง) เพื่อไปหยิบยาสีฟันให้เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของฉัน ฉันก็ด่ามันไปทุกทีนะแต่ก็หยิบให้มันทุกทีนั่นล่ะไม่เข้าใจตัวเองจริง จิ๊ง

user posted image

[Fiction] The Wish (Character)

posted on 11 Aug 2009 21:02 by zomjangchangmin

มา Talk กะตัวละครกันเต๊อะ

สัมภาษณ์ โดย Zomjang ฮุๆๆๆ

คิม มินแจ (Kim Minjae)

ZM:ชื่ออะไรเหรอ
MJ:คิมมินแจไง ตั้งเองไม่ใช่เร๊อะ -_-' (เออเนอะ แหะๆ)
ZM:อายุล่ะ
MJ:ใครเขาถามอายุกันเล่า (ขอโต้ดคร่า T/l\T : Zomjang)
ZM:ความฝันอยากเป็นอะไร
MJ:เป็นคน (กรำเลย) ล้อเล่นๆ อย่าเพิ่งเครียด 555+
ZM:แล้วตกลงอยากเป็นอะไรล่ะ
MJ:นักร้องไงนักร้องที่ทั่วโลกรู้จัก (รู้สึกจะภูมิใจมากเลยแฮะ:Zomjang)
ZM:ได้ข่าวว่าออดิชั่นติดนิค่ายไหนเอ่ย
MJ:ค่ายหัตถวุฒิ ล้อเล่นๆ N.R. Ent. คร๊าบผม ^o^
ZM:แอบชอบนาเมอยู่ล่ะสิ
MJ:เปล่าอ่ะแอบชอบน่ะมันเมื่อ 2 ปีที่แล้วตอนนี้รักเลยล่ะ
ZM:ลองบอกนิสัยนาเมมาหน่อยสิ
MJ:อืมก้อ ซุ่มซ่าม ปากจัด เก่งภาษาแต่ตกคณิตศาสตร์ กินเก่ง
จู้จี้ขี้บ่นเพื่อนไม่คบหน้าตาดีแต่ไม่มีแฟนงี่เง่า ติ๊งต๊อง บ้าบอ
สรุปแล้วเท่าที่คบกันมายัยนี่มีดีอย่างเดียวก็คือพูดภาษาอังกฤษได้อย่างกับ
เจ้าของภาษานั่นแหล่ะนอกนั้นไม่เห็นจะมีอะไรดีซักอย่าง
(ไว้รอให้ฉันเผาแกมั่งเหอะ:นาเม)

ZM:แล้วกับลีออนล่ะคิดว่าไง
MJ:ศัตรู (ตอบไม่คิดเลยแฮะ:Zomjang)
ZM:Wish ของคุณคือ
MJ:การติดต่อจากนาเม
ZM:อ้าวแล้วปกติไม่ได้ติดต่อกันเลยเรอะ
MJ:ยัยนั่นหนีผมไปเองแล้วจะให้ผมไปหาที่ไหนล่ะ
ZM:สุดท้ายนี้มีไรอยากบอกคนอ่านไหม
MJ:อ่านแล้วก็เม้มด้วยล่ะกัน สงสารคนแต่งตาดำๆ
ZM:กรี๊ดน่ารักจริงๆ มาจุ๊บทีนึงมามะ ^3^
MJ:ไปไกลๆ เลย ไป๊ -_-'

ลี นาเม (Lee Name)

ZM:ชื่ออะไรคะ
NM:ลี นาเมค่ะ ^o^(ยิ้มหวานนน)
ZM:อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ
NM:17 ค่ะ
ZM:มีความฝันไหมคะ
NM:มีแน่นอนค่ะ
ZM:สิ่งนั้นคือ
NM:อยากเข้าเรียนที่ H.L.S ค่ะ
ZM:มันคือ
NM:โรงเรียนสอนภาษาที่ดังที่สุดใน Los Angeles
ZM:อ้ออออ แต่ได้ข่าวว่าสอบติดแล้วนี่
NM:ค่ะ สอบติดแล้ว เย้ๆๆๆ
ZM:คิดอย่างไงกับคิม มินแจ
NM:เขาเป็นรักแรก เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนบ้าน และคนที่นาเมรักมากๆ
ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่จะรักผู้ชายค่ะ

ZM:นิสัยของมินแจ (รู้สึกจะเป็นคำถามที่นาเมรอคอย)
NM:เป็นคนที่พึ่งได้ หลงตัวเอง โฮะๆๆๆ (หัวเราะด้วยความสะใจ)
หน้าตาดีแต่ไม่มีแฟน ปอปปูล่าในหมู่สาวๆ
แต่มันหน้าหม้อค่ะ โฮะๆๆๆ (หัวเราะอีกรอบ)
แต่สรุปแล้วมันมีข้อดีเยอะกว่านาเมอ่ะ T^T ไม่พูดแล้ว เชอะ

ZM:แล้วกับลีออนล่ะคิดอย่างไง
NM:หน้าเหมือนโรเบิร์ต แพทตินสันค่ะ 555+ พูดเล่นค่ะ พูดเล่น
แต่เหมือนจริงๆ นะ ส่วนเรื่องนิสัย ไม่รู้สิเพิ่งรู้จักกับเขาได้ไม่นานอ่ะ
แต่เขาก็เป็นเพื่อนที่ดีคอยช่วยเหลือนาเมตลอดเวลาที่นาเมอยู่ลอสแองเจอลิส
แล้วก็เป็นผู้ชายที่รู้สึกว่าทั้งชีวิตใส่แต่แบนด์ AIIZ

ZM:Wish ของคุณคือ
NM:มินแจตอบจดหมายหรือ E-Mail หรืออะไรก็ได้ที่ติดต่อกับมินแจได้
ZM:อ้าวแล้วปกติไม่ได้ติดต่อกันเลยเรอะ
NM:นาเมทำมือถือหายพอโทรหามินแจก็เจอแต่เสียงตอบรับให้ฝากข้อความ
แล้วส่งจดหมายไปเป็นสิบนาเมก็ไม่ได้กลับซักฉบับอ่ะ แล้วจะให้ติดต่อได้ไงอ่ะ

ZM:สุดท้ายนี้มีไรอยากบอกคนอ่านไหม
NM:เป็นกำลังใจให้นาเมด้วยน๊า เรื่องนี้นาเมน่าสงสารมั่กมั่ก T^T
ถ้าอ่านแล้วชอบก็เม้มเป็นกำลังใจให้คนแต่งด้วยนะคะ